ปวดหลังเรื้อรัง หรือ หมอนรองกระดูกทับเส้น วิธีแยกอาการด้วยตัวเองง่ายๆ

อาการ ปวดหลัง เป็นเรื่องที่เกือบทุกคนต้องเจอ แต่สิ่งที่หลายคนกังวลคืออาการที่เป็นอยู่นั้นเป็นเพียงแค่กล้ามเนื้ออักเสบจากการนั่งนานหรือเป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทที่ฟังดูน่ากลัว การแยกสองอาการนี้ออกจากกันช่วยให้เราดูแลตัวเองได้ถูกจุดและไม่ต้องกังวลจนเกินไป โดยความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดอยู่ที่ลักษณะการเจ็บปวดและการทำงานของระบบประสาทในร่างกาย

หัวใจสำคัญที่จะช่วยให้เราไม่วิตกกังวลจนเกินไป หรือไม่นิ่งนอนใจจนสายเกินแก้ คือการรู้จักสังเกตสัญญาณเตือนเบื้องต้นจากร่างกายตัวเอง

1. เช็ก "ลักษณะความปวด" ที่แตกต่าง

  • ปวดเพราะกล้ามเนื้อ: จะรู้สึกปวดเมื่อย ตึง หรือขัดบริเวณแผ่นหลังหรือสะโพก แต่ถ้าเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท อาการปวดมักจะร้าว (Radiating Pain) วิ่งจากหลังลงไปที่สะโพก ต้นขา น่อง หรือยาวไปจนถึงปลายเท้า ความรู้สึกจะเหมือนโดนไฟช็อตหรือเจ็บแปล๊บๆ ลึกๆ อยู่ข้างใน

  • ปวดเพราะเส้นประสาท: ให้สังเกตว่ามีอาการชา (Numbness) ร่วมด้วยหรือไม่ โดยเฉพาะบริเวณปลีน่อง เท้า หรือนิ้วเท้า รวมถึงอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง เช่น สังเกตว่าเดินสะดุดบ่อยขึ้น เขย่งปลายเท้าไม่ได้ หรือไม่มีแรงสบัดเท้า ซึ่งเป็นสัญญาณว่าเส้นประสาทถูกกดทับจนสั่งการได้ไม่เต็มที่

2. ร่างกายส่งสัญญาณ "ชา" หรือ "อ่อนแรง" หรือไม่

ถ้ามีอาการ ปวดหลัง แล้วตามมาด้วยความรู้สึกผิดปกติทางร่างกายเหล่านี้ ต้องระวังเป็นพิเศษ:

  • อาการชา: รู้สึกหนาๆ เหมือนเท้าเป็นเหน็บตลอดเวลา หรือนิ้วเท้าเริ่มไม่มีความรู้สึก

  • เริ่มควบคุมแรงไม่ได้: ลองสังเกตว่าเดินสะดุดบ่อยขึ้นไหม เขย่งเท้าไม่ได้ หรือเวลาใส่รองเท้าแตะแล้วคีบไม่ค่อยอยู่ สิ่งเหล่านี้คือสัญญาณว่าเส้นประสาทถูกกดทับจนสั่งการกล้ามเนื้อได้ไม่เต็มที่

3. ท่าไหนที่ยิ่งก้มยิ่งปวด

ลองสังเกตพฤติกรรมในชีวิตประจำวันดู:

  • คนเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้น: มักจะมีปัญหามากเวลา "ก้มตัว" เพราะจังหวะที่ก้ม หมอนรองกระดูกจะถูกดันออกมาชนเส้นประสาทมากขึ้น แม้แต่การไอ จาม หรือการเบ่งเวลาเข้าห้องน้ำ ก็อาจทำให้รู้สึกเจ็บแปล๊บขึ้นมาได้ทันที

  • คนปวดกล้ามเนื้อ: อาการปวดมักสัมพันธ์กับการบิดตัวหรือการลุกนั่งที่ผิดจังหวะ แต่การไอหรือจามมักไม่กระตุ้นให้ปวดลามไปจุดอื่น

วิธีเช็กด้วยตัวเอง: "ท่าลองยกขา" (Straight Leg Raise Test)

นี่คือวิธีที่นักกายภาพบำบัดใช้ประเมินเบื้องต้น ซึ่งเราลองทำเองได้ที่บ้าน:

  1. นอนหงายราบไปกับพื้น

  2. ให้ใครสักคนช่วยจับข้อเท้าแล้วค่อยๆ ยกขาข้างที่ปวดขึ้นมาตรงๆ (ห้ามงอเข่า)

  3. วิธีอ่านผล: ถ้าในจังหวะที่ยกขาขึ้นมาได้เพียง 30-70 องศา แล้วคุณมีอาการปวดแปล๊บเหมือนไฟช็อตร้าวลงไปถึงขาหรือนิ้วเท้า นั่นคือสัญญาณว่าเส้นประสาทอาจถูกรบกวนอยู่

เมื่อไหร่ที่ต้องเลิกนิ่งนอนใจ

ถ้าอาการปวดหลังเริ่มกวนใจต่อเนื่องเกินสองสัปดาห์หรือลองทดสอบแล้วพบความเสี่ยง การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้รักษาได้ทันเวลาโดยไม่ต้องรอนานจนต้องผ่าตัด สำหรับใครที่อยากตรวจเช็กโครงสร้างร่างกายและรับการรักษาแบบเฉพาะบุคคล สามารถเข้าไปปรึกษาทีมงานได้ที่ rehabcareclinic เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและกลับมาใช้ชีวิตได้คล่องตัวโดยไม่มีอาการปวดหลังมาคอยขัดจังหวะ