ความแตกต่างของถังบำบัดน้ำเสียแต่ละประเภท

ปัญหาอย่างหนึ่งของการวางระบบภายในบ้าน ก็คือเจ้าของบ้านไม่รู้ว่าต้องเลือกใช้ถังบำบัดน้ำเสียแบบไหน เลยใช้วิธีว่าจ้างให้ช่างที่ก่อสร้างจัดการดูแลให้เสร็จสรรพ เมื่อเป็นแบบนี้ก็เลยมีความเสี่ยงที่จะเกิดความยุ่งยากได้หลายอย่าง เช่น เมื่อไม่รู้ว่าถังที่ใช้เป็นอย่างไร จึงไม่รู้ว่าการดูแลรักษาที่ถูกต้องควรทำแบบไหน พอจะเรียกช่างมาซ่อมแซมก็ไม่สามารถบอกได้อีกว่าสเปคของถังเดิมคืออะไร ต้องให้ช่างมาตรวจสอบหน้างานก่อน ก็เลยเสียเวลาไปมากกว่าที่ควรจะเป็น ดังนั้น ต่อให้ไม่ได้ไปเลือกซื้อถังบำบัดน้ำเสียด้วยตัวเอง แต่ก็ต้องรู้ความแตกต่างของถังแต่ละประเภทเอาไว้ พร้อมกับรู้ด้วยว่าควรจะใช้แบบไหนกันแน่

ถังบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศ

ประเภทแรกก็คือถังบำบัดน้ำเสียรุ่นที่มีระบบเติมอากาศเข้าไป ภายในจะแบ่งฟังก์ชันการทำงานออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนของช่องเกรอะที่มีไว้แยกสิ่งปฏิกูลออกมา และช่องกรองเติมอากาศที่จะเกิดกระบวนการบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยออกสู่ภายนอก ข้อดีของถังบำบัดน้ำเสียแบบนี้คือ ทำงานได้ครบวงจร ระบบภายในจัดการดูแลตัวเองได้ พร้อมกับให้น้ำหลังการบำบัดที่มีคุณภาพค่อนข้างดี แต่ก็มีข้อเสียตรงที่ต้องใช้ไฟฟ้าในการเดินเครื่องเติมอากาศ จึงจะมีค่าใช้จ่ายตรงนี้เพิ่มขึ้นมา และอาจะมีเสียงรบกวนบ้าง

ถังบำบัดน้ำเสียแบบไม่เติมอากาศ

อีกประเภทหนึ่งคือถังบำบัดน้ำเสียที่นิยมใช้กันทั่วไป ต่างกับแบบแรกตรงที่ไม่มีการเติมอากาศเข้าไปภายใน จึงทำให้การย่อยสลายของสารอินทรีย์ต่างๆ เป็นไปได้ช้า มีโอกาสที่จะเกิดการสะสมของกากตะกอนสูงมาก และแน่นอนว่าคุณภาพน้ำที่ปล่อยออกมาก็จะไม่ดีเท่ากับถังบำบัดน้ำเสียอีกประเภทหนึ่ง เมื่อใช้งานไปนานๆ ก็ต้องมีการเติมอากาศเข้าไปเพื่อกระตุ้นการทำงานของจุลินทรีย์อยู่ดี ไม่อย่างนั้นถังบำบัดจะเริ่มมีปัญหาจุกจิกมากขึ้นเรื่อยๆ จนต้องเปลี่ยนใบใหม่ในที่สุด อย่างไรก็ตาม ถังบำบัดน้ำเสียรุ่นนี้จะมีราคาถูกกว่ามาก และไม่มีเสียงดังรบกวนด้วย